การฝังเข็มที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้หญิงที่หมดประจำเดือน

ผู้หญิงในวัยทอง หรือช่วงหมดประจำเดือน มักพบว่ามีปัญหาของโรคหรืออาการต่างๆติดตามมา ทั้งด้านร่างกายและสภาวะอารมณ์ หลายคนโดยเฉพาะในช่วงแรกที่เพิ่งหมด จะมีผลข้างเคียงมาก ในระยะหลังเมื่อการแพทย์แผนโบราณเริ่มได้รับการยอมรับจากวงวิชาการระดับโลก วิชาฝังเข็มซึ่งเป็นศาสตร์โบราณที่เก่าแก้นานหลายพันปีของจีน ก็กลายเป็นที่ยอมรับแล้วแพร่หลายไปทั่ว จึงเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาสำหรับอาการหมดประจำเดือนเหล่านี้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพายาและสารเคมีมากเกินไป ศาสตร์การฝังเข็ม รวมถึงการกดจุดได้แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอเมริกาและทวีปยุโรป รวมไปถึงการกดจุดฝังแบบไร้เข็ม ที่ช่วยลดความเจ็บปวดจากการโดนเข็มกระตุ้นเส้นประสาท ไม่มีอันตราย ซึ่งแนวทางแบบนี้ได้พัฒนามาไกลมาก จนสามารถรักษาและบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้หลายประเภท สำหรับอาการคลาสสิกของผู้หญิงหมดประจำเดือนเท่าที่พบคือ เมื่ออายุเข้าช่วงประมาณ 45-50 ปี ผู้หญิงหลายคนจะเริ่มรู้สึกไม่สบายตัว ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ร่างกายจะปรับเข้ากับสภาวะที่ระดับของฮอร์โมนเพศลดลงได้เอง แต่หลายคนก็ต้องใช้เวลานานอยู่ ดังนั้นเพื่อบรรเทาอาการทั้งหลายให้ทุเลาลง การฝังเข็มจึงสามารถนำมาช่วยได้ แต่ก็มีข้อแนะนำคือ ห้ามทำเองโดยพลการ หรือไปหาหมอที่ไม่ได้มาตรฐาน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ก่อน เพราะบางทีอาการที่เป็นอยู่ อาจจะไม่ได้มาจากเรื่องนี้ก็ได้ แต่เป็นอาการของโรคชนิดอื่น จึงควรต้องรักษาให้ตรงจุด มากกว่าเดาสุ่ม ทีนี้เรามาลองดูกันว่า ลักษณะอาการส่วนใหญ่หลังหมดประจำเดือนมักเป็นแบบไหน อาการทั่วไป หลายคนมักบ่นว่า ปวดศีรษะ วิงเวียน หน้ามืดบ่อย ใจสั่น คลื่นไส้ ไปจนถึงการเบื่ออาหาร มีอาการอ่อนเพลีย บ้างก็จุกเสียดแน่นท้อง ท้องผูก ที่หนักคือ เริ่มชาตามมือและเท้า อาการข้างเคียงเหล่านี้ […]

Read More

วิธีการคุมกำเนิดและการตั้งครรภ์ด้วยถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง

ต้องยอมรับว่า การใช้ถุงยางอนามัย เป็นวิธีที่ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ด้วย ที่เรียบง่ายและใช้กันมากที่สุดในโลก ในยุคสมัยก่อน การใช้ถุงยางอนามัยเป็นค่านิยมที่ยังไม่แพร่หลายมากนัก เพราะการหาซื้อมาใช้ จะดูเป็นเรื่องน่าอาย แต่ปัจจุบัน ค่านิยมดังกล่าวได้เปลี่ยนไปมาก มีการนำเรื่องนี้มาสอนในโรงเรียน ให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์กับเด็กและเยาวชน เพราะการรับข้อมูลสื่อสามารถทำได้ง่ายขึ้น แทนที่จะห้ามหรือบังคับ ก็สู้ให้ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาหลังจากมีเพศสัมพันธ์ของทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะเรื่องการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หรือเรื่องโรคติดต่อที่ตามมาหลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้ว ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง (Female condom) ได้ผลิตขึ้นใช้มานานแล้ว ตั้งแต่ยุค 90 แต่ยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายเหมือนถุงยางของผู้ชาย ส่วนหนึ่งเพราะกระบวนการผลิต ฝ่ายชายมาจากยางธรรมชาติ (Rubber latex) แต่ของผู้หญิงนั้นมาจากสารสังเคราะห์ (Polyurethane) แม้ว่าจะอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นได้ แต่ก็หาซื้อได้ยากพอสมควร ทั้งที่มีความความบาง ยืดหยุ่นได้ดี ที่สำคัญคือ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองด้วย ถุงยางของผู้หญิง จะออกแบบมาเป็นอุปกรณ์ไว้สำหรับสอดใส่เข้าไปบริเวณช่องคลอดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ เป้าหมายหลักคือ ป้องกันไม่ให้อสุจิผ่านเข้าสู่โพรงมดลูกได้ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับถุงยางผู้ชาย ลักษณะจะเป็นห่วงยางหรือวงแหวนยืดหยุ่น 2 วง ไว้ให้กระชับและคงรูปร่างไว้ได้ขณะใช้งาน โดยในส่วนของปลายถุงด้านหนึ่งจะตัน เพื่อใช้ในการสอดเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง ส่วนอีกด้านของปลายถุงหนึ่งจะเป็นปลายเปิดที่จะยื่นออกมาในบริเวณนอกช่องคลอด ซึ่งภายในแล้วจะมีน้ำยาหล่อลื่นให้ด้วย ประโยชน์สูงสุดของถุงยางอนามัยผู้หญิงคือ สามารถคุมกำเนิดและช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง […]

Read More

ช่องทางการป้องกันโรคติดต่อในการร่วมเพศ

Posted on

วันนี้เรามารู้จักกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กันบ้าง เพราะว่านี่เป็นปัญหาสำคัญของหลายประเทศ ในไทยเองก็เคยเผชิญมาแล้วในช่วง 30-40 ปีก่อน และในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจาก “กามโรค” และ “โรคเอดส์” โรคเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองจากการใช้สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกัน ยกเว้นกิจกรรมทางเพศ สำหรับความเสี่ยงนั้น อันที่จริงแล้วก็มากน้อยแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมของแต่ละคน ใช่ว่าผู้ที่อยู่ในธุรกิจหรือสถานบันเทิงเรื่องเพศ จะเป็นโรคนี้เสมอไป ถ้าหากมีการป้องกันที่เหมาะสม เพียงแต่ความเสี่ยงก็จะมากตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น การมีกิจกรรมทางเพศ กอดจูบลูบคลำ สำเร็จความใคร่ เหล่านี้ถือว่ายังเสี่ยงน้อยกว่า แต่ที่มากและมีโอกาสติดได้สูงคือ การสอดใส่อวัยวะเพศ ร่วมเพศทางปาก ช่องคลอด และทวารหนัก โดยเฉพาะทางทวารหนักมีอัตราการเสี่ยงติดโรคมากที่สุดเพราะมักมีการถลอกของอวัยวะเพศชาย อีกทั้งผิวทวารหนักก็เป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายด้วย การป้องกัน ทำได้อย่างไรบ้าง วิธีการง่ายและสะดวกที่สุดคือ ใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อโรคติดต่อได้ดี คำแนะนำคือ ควรต้องใช้งานทุกครั้งที่มีการร่วมเพศ แล้วยังต้องรู้จักสวมใส่ให้ถูกต้อง ข้อควรระวังของการใช้ถึงยางอนามัยคือ ควรต้องเตรียมการหล่อลื่นไว้บ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ถุงยางฉีกขาด เคยมีความเชื่อเก่าๆว่า ต้องใช้ถุงยางสองชั้น อันที่จริงแล้ว นั่นเสี่ยงที่จะฉีกขาดง่ายกว่าอีก แต่ถุงยางอนามัยก็ยังป้องกันพวกกามโรคบางชนิดได้ไม่ดีนัก เช่น หูดหงอนไก่ โรคเริม เพราะสามารถติดต่อบริเวณจุดสัมผัสได้ สำหรับถุงยางอนามัยของผู้หญิง จะสามารถป้องกันโรคติดต่อได้ดีกว่าถุงยางของผู้ชาย เพราะกลบจุดด้อยตรงที่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า […]

Read More