การคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ ที่คุณต้องรู้เอาไม่เสียหาย

ในความสัมพันธ์ของหญิงชายที่ยังไม่พร้อมสำหรับการมีบุตร เมื่อมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นควรจะมีการวางแผนคุมกำเนิดที่ดีเพื่อจะได้ไม่พลาดตั้งครรภ์ในขณะที่ไม่พร้อม วิธีการคุมกำเนิดมีให้เลือกใช้มากมายหลายวิธี โดยเฉพาะวิธีคุมกำเนิดในแบบธรรมชาติซึ่งแต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียแตกต่างกัน คุณผู้หญิงสามารถเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะกับตนเองได้ หรืออาจจะเลือกใช้หลายๆ วิธีเข้าด้วยกันตามความเหมาะสมก็ได้ วิธีการคุมกำเนิดในแบบธรรมชาตินั้นได้แก่ 1 การนับหน้าเจ็ดหลังเจ็ด วิธีการนับหน้าเจ็ดหลังเจ็ด เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เรียกกันอีกอย่างว่าวิธีนับช่วงเวลาปลอดภัย วิธีการคุมกำเนิดแบบนี้ทำได้โดยให้คำนวนหาช่วงเวลาปลอดภัยที่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ ซึ่งก็คือ 7 วันก่อนวันมีประจำเดือนและ7 วันนับจากวันที่มีประจำเดือน แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่นิยมใช้คุมกำเนิดกันแต่ก็เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือนในแต่ละเดือนคลาดเคลื่อน เพราะการนับอาจจะคลาดเคลื่อนไปโดนวันที่ไข่ตก ทำให้ตั้งครรภ์ได้ ในผู้หญิงแต่ละคนจะมีประจำเดือนแต่ละรอบต่างกัน โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีรอบประจำเดือนที่ 28 ถึง 30 วันต่อ 1 รอบ หรือคลาดเคลื่อนกว่านั้นไม่เกิน 2 วัน แต่ถ้าในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอแนะนำให้ใช้วิธีนี้ควบคู่ไปกับวิธีอื่นๆ จะปลอดภัยกว่า 2 การสังเกตมูกที่ปากมดลูก มูกที่ปากมดลูกของผู้หญิงในแต่ละช่วงเวลามีความแตกต่างกัน ทั้งสีและความเข้มของมูก วิธีการคือต้องสอดนิ้วเข้าไปในช่องคลอดให้ลึก สังเกตมูกที่ออกมาจากปากมดลูก การสังเกตนี้ต้องทำทุกวัน มูกที่ได้จะแตกต่างกันดังนี้คือ มูกที่อยู่ในระยะปลอดภัยคือหลังมีประจำเดือนใหม่ๆ จะไม่มีมูก จากนั้นมูกจะเป็นสีขาวขุ่นๆ หรือสีออกเหลืองนวล จากนั้นมูกจะใสขึ้น ช่วงที่มูกมีลักษณะใส่เหมือนไข่ขาวดิบเป็นช่วงที่อันตรายควรงดมีเพศสัมพันธ์ หลังจากนั้นเมื่อถึงช่วงก่อนมีประจำเดือนมูกจะกลับมาสีข้นและขุ่นอีกครั้งนับเป็นช่วงระยะปลอดภัยนั่นเอง การสังเกตจากมูกปากมดลูกก็เช่นเดียวกับการนับระยะปลอดภัยคือมีอัตราการพลาดได้เช่นกัน ควรใช้วิธีนี้ควบคู่กับการหลั่งภายนอก แต่ก็วิธีนี้ก็เหมาะกับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ตรงเวลามากกว่าวิธีแรก 3 […]

Read More

ภัยใกล้ตัว มะเร็งปากมดลูกคืออะไร

เรามักพบคำนี้บ่อยมาก สำหรับหนึ่งในโรคร้านที่ผู้หญิงเป็นกันเยอะ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่มีลูกแล้ว นั่นคือ มะเร็งปากมดลูก ทุกวันนี้แม้ว่าพัฒนาการของการรักษาจะก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่ก็ยังรักษาไม่หายขาด ไม่ทราบสาเหตุแท้จริง และการตรวจหาก็ยังทำได้ยาก ดังนั้นวันนี้ เรามารู้จักโรคนี้กันก่อน เพราะนี่เป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ใกล้ตัวมากที่สุด เพราะผู้หญิงหลายคนกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ ก็มักสายเกินไป จนกระทั่งอาการหนักแล้วถึงแก่ชีวิต มะเร็งปากมดลูก คือ เนื้องอกที่บริเวณปากมดลูกที่ประกอบไปด้วยเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็วสามารถลุกลามทำลายเนื้อเยื่อปกติและอวัยวะใกล้เคียง รวมถึงสามารถลุกลามเข้าเส้นเลือด เส้นน้ำเหลือง ทำให้เกิดการกระจายของโรคไปยังต่อมน้ำเหลือง สุดท้ายก็เข้าสู่อวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ โรคนี้เป็นหนึ่งในประเภทของมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับที่ 1 สำหรับผู้หญิงในประเทศไทย เป็นอันดับ 3 ของมะเร็งในผู้หญิงทั่วโลก อัตราช่วงอายุจะพบมากในอายุ 35 – 60 ปี (เรียกว่าครอบคลุมเกือบหมด) สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ก่อโรค มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งเกินไป โดยไม่ได้ดูแลให้ดีพอ หรือมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย ซึ่งช่วงนี้เซลล์ปากมดลูกยังพัฒนาไม่เต็มที่ยังไวต่อสารก่อมะเร็งสูงมาก มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะ หนองใน เริม  ซิฟิลิส เป็นต้น สูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ ใช้สารเสพติดเป็นประจำ ตั้งครรภ์และมีบุตรมากกว่า 4 ครั้งขึ้นไป อัตราเสี่ยงจะสูงไปด้วย รับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น การติดเชื้อเอดส์ การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ใช้ยาฮอร์โมน […]

Read More

รู้ไว้ใช่ว่า ตรวจโรคมะเร็งเต้านม ด้วยตนเอง

มะเร็งเต้านม (Breast cancer) เป็นภัยคุกคามรุนแรงที่พบบ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ถือว่าเป็นอันดับ 1-2 เลยทีเดียว โรคนี้เริ่มพบได้ตั้งแต่ผู้หญิงในวัยสาวไปจนถึงวัยชรา และพบได้มากขึ้นตามอายุ ส่วนมากมักพบในหญิงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ในส่วนของการตรวจหาและรักษา ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม แม้แต่ผู้ชายเองก็เช่นกัน แต่เท่าที่มีการวินิจฉัยจนพบโอกาสสุ่มเสี่ยงนั้น มีหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่ อายุที่มากขึ้น  ข้อนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือเป็นผู้ที่เคยผ่าตัดก้อนเนื้อบริเวณเต้านม พบซีสต์ผิดปกติ หรือมีพันธุกรรมของคนในครอบครัว ก็มีโอกาสสูงตามไปด้วย รวมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆอีกเช่น การเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย เพราะมีการทำสถิติพบว่าโรคนี้มักเกิดกับผู้หญิงที่มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี ขณะเดียวกัน ก็หมดประจำเดือนช้า โดยเฉพาะหลังอายุ 55 ปี ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดติดต่อกันยาวนานตั้งแต่อายุน้อย ก็เสี่ยงสูง คนที่เป็นโรคอ้วน ไม่ค่อยออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือทานอาหารไขมันสูง ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรืออยู่ใกล้กับสิ่งแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงต่อการรับสารเคมีบางชนิด ทั้งหมดนี้อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ทั้งสิ้น สำหรับการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นนั้น สามารถกระทำได้ด้วยวิธีการง่ายๆ แนะนำว่า ถ้าไม่แน่ใจ ให้ลองตรวจด้วยตัวเองเป็นประจำทุกเดือน การตรวจสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป วิธีการพื้นฐาน ได้แก่ […]

Read More