ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็งเป็นใครก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองอยู่แล้วยิ่งในผู้หญิงมะเร็งที่ขึ้นชื่อได้ว่าคร่าชีวิตสาวๆ เป็นอันดับต้นๆ ก็คือ มะเร็งปากมดลูก ที่สำคัญการเป็นมะเร็งมักจะไม่ค่อยแสดงอาการอะไรออกมาในระยะแรกๆ จนกระทั่งเมื่อถึงช่วงเวลาที่เชื้อมะเร็งเริ่มโตเต็มที่จนไม่สามารถรักษาให้หายได้อาการต่างๆ จึงค่อยออกมาเมื่อถึงเวลาที่ว่านี้ก็หมดหนทางที่จะรักษาได้แล้ว สำหรับสาวๆ ทุกคนการสังเกตอาการของมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจให้มากหากไม่อยากเสียใจในภายหลัง

วิธีสังเกตอาการของมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกก็คล้ายๆ กับมะเร็งทั่วไปในระยะแรกๆ นั่นคือจะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาทั้งสิ้นจนกระทั่งเมื่อก้อนเนื้อร้ายเริ่มเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะค่อยๆ แสดงอาการออกมาดังต่อไปนี้

  1. มีอาการตกขาวแบบผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นอย่างที่ไม่เคยเป็น รวมถึงมีสีเข้มออกไปทางน้ำตาลแก่ไม่เหมือนกับตกขาวทั่วไป
  2. ประจำเดือนมาผิดแปลกจากปกติ สำหรับคนที่มาตรงเป็นประจำทุกเดือน บางครั้งก็อาจมาแบบกะปริดกะปรอยไม่สม่ำเสมอ หรืออาจมีประจำเดือนมากและยาวนานมากกว่าปกติที่เคยเป็น
  3. มักมีเลือดออกบริเวณช่องคลอดที่ไม่ได้เกิดจากการเป็นประจำเดือน ซึ่งลักษณะของเลือดที่ออกมาก็จะเป็นแบบกะปริดกะปรอย
  4. เวลาที่มีเพศสัมพันธ์จะรู้สึกเจ็บหรือมีเลือดออกมาหลังจากมีเพศสัมพันธ์สำหรับหญิงสาวที่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว
  5. หากได้ทำการตรวจภายในหรือสวนเพื่อล้างช่องคลอดก็จะมีเลือดไหลตามออกมาหลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้น
  6. แม้ว่าจะอยู่ในวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนแล้วก็ตามทว่ากลับยังคงมีเลือดออกมาคล้ายกับประจำเดือนทั้งๆ ที่อาจยังไม่ถึงรอบเดือนดี
  7. มีอาการอ่อนเพลียบวกกับอาการหน้ามืดบ่อยครั้งแม้ว่าจะไม่ได้โดนแดดหรือทำกิจกรรมอะไรหนักๆ ก็ตาม
  8. มีอาการเบื่ออาหารในทุกอย่างๆ ไม่อยากทานอะไรทั้งสิ้น
  9. น้ำหนักลดอย่างไม่มีสาเหตุแม้ว่าจะทานอาหารได้ตามปกติ
  10. มีอาการปวดบริเวณท้องน้อยหรือบริเวณอุ้งเชิงกราน สาเหตุก็เกิดมาจากการที่เชื้อมะเร็งได้ลุกลามไปกดทับยังบริเวณเส้นประสาท
  11. หากในกรณีที่มะเร็งปากมดลูกเข้าสู่ช่วงระยะลุกลาม เชื้อมะเร็งนี้ก็จะค่อยๆ เข้าไปยังบริเวณอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย อาจทำให้มีอาการอื่นๆ ตามมาโดยไม่ทราบสาเหตุ อาทิ ปวดหลัง, อุจาระหรือปัสสาวะเป็นเลือด, ขาบวม เป็นต้น

แม้การสังเกตอาการจากมะเร็งปากมดลูกจะสามารถทำได้ดังนี้แต่เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบนี้ก็อาจสายเกินแก้แล้วทางที่ดีที่สุดควรมีการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะหากเกิดภาวะเสี่ยงเป็นจะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที