มะเร็งเต้านม (Breast cancer) เป็นภัยคุกคามรุนแรงที่พบบ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ถือว่าเป็นอันดับ 1-2 เลยทีเดียว โรคนี้เริ่มพบได้ตั้งแต่ผู้หญิงในวัยสาวไปจนถึงวัยชรา และพบได้มากขึ้นตามอายุ ส่วนมากมักพบในหญิงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

ในส่วนของการตรวจหาและรักษา ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม แม้แต่ผู้ชายเองก็เช่นกัน แต่เท่าที่มีการวินิจฉัยจนพบโอกาสสุ่มเสี่ยงนั้น มีหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่ อายุที่มากขึ้น  ข้อนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือเป็นผู้ที่เคยผ่าตัดก้อนเนื้อบริเวณเต้านม พบซีสต์ผิดปกติ หรือมีพันธุกรรมของคนในครอบครัว ก็มีโอกาสสูงตามไปด้วย รวมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆอีกเช่น การเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย เพราะมีการทำสถิติพบว่าโรคนี้มักเกิดกับผู้หญิงที่มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี ขณะเดียวกัน ก็หมดประจำเดือนช้า โดยเฉพาะหลังอายุ 55 ปี ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดติดต่อกันยาวนานตั้งแต่อายุน้อย ก็เสี่ยงสูง คนที่เป็นโรคอ้วน ไม่ค่อยออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือทานอาหารไขมันสูง ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรืออยู่ใกล้กับสิ่งแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงต่อการรับสารเคมีบางชนิด ทั้งหมดนี้อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ทั้งสิ้น

สำหรับการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นนั้น สามารถกระทำได้ด้วยวิธีการง่ายๆ แนะนำว่า ถ้าไม่แน่ใจ ให้ลองตรวจด้วยตัวเองเป็นประจำทุกเดือน การตรวจสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป

วิธีการพื้นฐาน ได้แก่

  • ตรวจดูเต้านมอยู่หน้ากระจกยืนตัวตรงมือแนบลำตัว ลองสังเกตลักษณะเต้าทั้ง 2 ข้างอย่างละเอียดทั้งเปรียบเทียบดูขนาด รูปร่างหัวนม การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังทุกส่วน เช่น รอยนูนขึ้นผิดปกติ รอยบุ๋ม หัวนมบอด ระดับหัวนมไม่เท่ากัน หรือมีแผล เส้นเลือดใต้ผิวมากขึ้นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • ลองสังเกตเปรียบเทียบทั้ง 2 ข้างว่าแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว มักเป็นเพียงข้างเดียว หันตัวเล็กน้อยเพื่อให้มองได้เห็นด้านข้างได้ชัดเจนขึ้น ให้ยกมือขึ้นทั้งสองข้าง เพื่อสังเกตดูความผิดปกติของรอยบุ๋มผิวหนังที่เกิดจากการดึงรั้ง
  • เอามือเท้าสะเอวเพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกตึงตัว โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อสังเกตรอยดึงรั้งของผิวหนัง
  • คลึงคลำหน้าอกในท่านั่งตรวจให้ทั่วบริเวณ
  • ดูว่ามีของเหลวหรือเลือดออกมาจากหัวนมขณะกดไหม แนะนำว่าควรทำอย่างเบามือ เพราะถ้ามีความผิดปกติจริง จะพบได้เลย โดยไม่ต้องบีบเค้นมาก
  • คลำบริเวณใต้รักแร้ว่ามีก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติหรือไม่ แต่ถ้าโต บางทีอาจเพราะมีอาการอักเสบจากสาเหตุอื่น
  • คลำหน้าอกในท่านอนหลังจากนั้น ให้มาต่อด้วยท่านั่งโดยให้ใช้หมอนหรือผ้าห่มหนุนตรงสะบักหลัง เพื่อให้หน้าอกด้านหน้าแอ่นขึ้น ยกแขนหนุนศีรษะ แล้วใช้ฝ่ามือด้านตรงข้ามตรวจไปทีละข้าง สังเกตว่ามีก้อนอะไรดันอยู่หรือสะดุดใต้ฝ่ามือไหม

ถ้าทำทั้งหมดแล้ว ยังไม่พบอะไรผิดปกติ ก็ลองตรวจด้วยตนเองอีกอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง หรือเดือนละสองครั้ง เพื่อความสบายใจ แล้วหากไม่แน่ใจเมื่อพบอะไรแปลกๆ ลองปรึกษาแพทย์ทันที